อวิชชา หมายถึง ความไม่รู้, ความเขลาไม่รู้จริงในทุกสิ่งที่เกิดและดับแห่งทุกข์

      ปิดความเห็น บน อวิชชา หมายถึง ความไม่รู้, ความเขลาไม่รู้จริงในทุกสิ่งที่เกิดและดับแห่งทุกข์

อวิชชา หมายถึง ความไม่รู้, ความเขลาไม่รู้จริงในสิ่งต่างๆ ๔ ข้อต้น ท่านมุ่งถึงความไม่รู้ในอริยสัจ มี ๘ อย่าง คือเกิด-ทุข์

๑. ไม่รู้จักทุกข์ คือคนส่วนใหญ่เคยประสบกับทุกข์มาทั้งนั้น ทั้งทุกข์ทางกายที่เกิดกับปัจจัยภายนอก (หนาว, ร้อน, หิว, กระหาย..) หรือปัจจัยภายในที่เรียกว่าทุกข์ประจำสังขาร (ผมหงอก ฟันหัก หูพร่า ตามัว) และทุกข์ทางใจ (เสียของรัก จากของชอบ) แต่ไม่รู้จักทุกข์ตามความเป็นจริงว่าเป็นสิ่งทนได้ยาก

๒. ไม่รู้จักเหตุเกิดแห่งทุกข์ คือ ไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ เพราะส่วนใหญ่มัวแต่โทษว่า สิ่งอื่นหรือผู้อื่นสร้างทุกข์ให้กับตน โดยไม่ยอมเข้าใจว่า ที่เป็นทุกข์อยู่ทุกวันนี้เกิดจากตัณหาความทะยานอยากในใจของตน

๓. ไม่รู้จักความดับทุกข์ คือ เมื่อไม่รู้เหตุผลไม่ยอมรับว่าตัณหาในจิตใจของตนต่างหากเป็นตัวให้เกิดทุกข์จึงไม่รู้ว่า หากจะดับทุกข์ได้สนทต้องดับตัณหานั้นเสียก่อน ทุกข์ถึงจะดับ

๔. ไม่รู้จักทางถึงความดับทุกข์ คือ ไม่รู้ถึงวิธีการที่จะทำให้ทุกข์ดับไป เพราะไม่รู้ว่าอริยมรรค ๘ เป็นแนวทางที่ผู้ปฏิบัติตามสามารถดับทุกข์ได้อย่างแท้จริง

๕. ไม่รู้จักอดีต คือ ไม่รู้ว่าผลชั่วที่ตนได้รับในปัจจุบันนี้ มีสาเหตุมาจากการทำความเลวไม่ดีมาก่อน อาจจะเป็นในอดีตชาติหรือในชาตินี้ คนพวกนี้มักจะมีความคิดว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชาวได้ดีมีถมไป เมื่อกรรมตามสนองทันในปัจจุบันวันนี้ จึงไม่รู้จักสืบสาวหาเหตุการณ์ที่ตนทำผ่านๆ มา เรียกว่า ไม่รู้จักเหตุ

๖. ไม่รู้จักอนาคต คือ ไม่รู้ว่าความชั่วที่ตนทำในวันนี้ จะส่งผลให้ตนได้รับความทุกข์ยากลำบากในวันข้างหน้า คนพวกนี้ไม่เชื่อผลของกรรมว่ามีอยู่จริง จึงไม่สามารถคาดการณ์ถึงผลที่ตนจะต้องได้รับในอนาคตได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง เรียกว่า ไม่รู้จักผล

๗. ไม่รู้จักทั้งอดีตทั้งอนาคต คือ ไม่รู้ว่าผลชั่วที่ตนได้รับในปัจจุบันที่มีสาเหตุจากการทำชั่วแต่ครั้งอดีต แล้วยังตั้งหน้าตั้งตาทำความชั่วต่อไปไม่คิดกลับตัวกลับใจ เพราะถูกความไม่รู้ผิดบังปัญญาไว้ จึงทำให้ไม่เชื่อว่า กรรมและกฎแห่งกรรมมีจริง จึงต้องก้มหน้ารับผลกรรมชั่วต่อไปอย่างไม่รู้จบสิ้น เพราะไม่รู้จักเชื่อมโยงอดีตและผลในอนาคตให้สืบเนื่องถึงกันได้ เรียกว่า ไม่รู้จักทั้งเหตุทั้งผล

๘. ไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาท คือไม่รู้ตามความเป็นจริงว่าสภาวะธรรมต่างๆ เป็นเหตุเป็นผลของกันและกันเนื่องกันไปเหมือนกับลูกโซ่ที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นสายฉะนั้น เมื่อไม่รู้เช่นนี้จึงทำให้ต้องวนเวียนอยู่กับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างไม่รู้จบสิ้น