ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทลายแก๊งค้ายา ค้นบ้าน’อาผะ’โยง ‘บอย’ก๊วน’ไซซะนะ’

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ทหาร ,ปปส. ในการเปิดปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี 60/5” ทลาย เครือข่ายยาเสพติด พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำซึ่งปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป.ลาว และ เมียนมา เป็นพื้นที่เชื่อมต่อบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อทลายแหล่งผลิตยาเสพติด

ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด อันดับต้นๆ ที่ต่างชาติทั่วโลกรู้จักกันดีสำหรับ ปฎิการชัยยะสยบไพรี 60/5 เครือข่ายสามเหลี่ยมทองคำในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีปฎิบัติการ 50 เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ภาคเหนือทั้งหมดและปฏิบัติการในพื้นที่ จ.เชียงราย ในวันนี้ มี 10 เป้าหมาย ที่ ตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด ได้นำหมายศาลบุกเข้าตรวจค้น โดยเน้นการยึดทรัพย์ ตาม พรบ.มาตรการปราบปรามยาเสพติด

โดย เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 5.00 น. เจ้าหน้าที่ทำการนัดแนะเตรียมการ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอีกครั้ง ก่อนลงพื้นที่ ปิดล้อม ตรวจค้น บ้านเลขที่ 270 หมู่ 19 หมู่บ้านกิ่วสะไต อ.แม่จัน เป็นบ้านของนายอกฤษณ์ รุ่งศิริธีรวงศ์ หรือ อาผะ เชมือกู่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดียาเสพติด พบอดีตภรรยาของนายอาผะ อยู่บ้านกับลูกวัย 4 ขวบ

โดยอดีตภรรยา ระบุว่า บ้านหลังนี้ ตนเองอยู่กับลูก และ พ่อแม่ ของนายอาผะ รวม 4 คน ส่วนตัว นายอาผะ หายไปตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด และ ยังไม่รู้ว่าหายไปไหน ส่วนบริเวณบ้านจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และ พบกล้องวงจรปิดติดไว้โดยรอบบ้าน

สำหรับ นายอกฤษณ์ รุ่งศิริธีรวงศ์ หรือ อาผะ เชมือกู่ จากการสืบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงเป็นผู้ประสานงานนำยาเสพติดจากเมียนมาเข้ามาในไทย ก่อนส่งต่อให้กับกลุ่มผู้สั่งซื้อในไทย และพบว่า นายอกฤษณ์ เป็นเครือข่ายเดียวกับ นายณัฐพล นาคคำ ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ร่วมกัยนายไซซะนะ แก้วพิมพา ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ โดยนายณัฐพล เป็นผู้สั่งยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นของ นายอกฤษณ์ และจะมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่ภาคกลาง

ขณะที่ จากการตรวจสอบพบว่า นายอกฤษ์ อยู่ในประเทศเมียนมา แต่ศาลอาญาได้ออกหมายจับข้อหาสมคบการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไว้แล้ว

ทั้งนี้ จากผลการตรวจค้นจับกุม ตามปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/5 ในครั้งนี้ ตำรวจสามารถจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดียาเสพติดได้ และในขณะที่เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับ เข้าจับกุมผู้ต้องหาในจังหวัดเชียงราย นั้น ผู้ต้องหา พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ด้วยการนำเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท มาเสนอให้เพื่อแลกกับการไม่จับกุม เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามหมายจับคดียาเสพติด และ ติดสินบนเจ้าพนักงานเพิ่มอีก 1 ข้อหา

และเมื่อวานที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับกุม นายจักรพงษ์ พันธ์สมบูรณ์ ผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติด ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยยึดไอซ์ได้ 50 กก. และปฏิบัติการในครั้งนี้ ก็นับเป็นความร่วมมือกับ 3 ประเทศ ทั้ง ประเทศไทย – สปป. ลาว เมียนมา ทางการไทย ได้ ประสานขอส่งตัว ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 18 คน 18 หมาย จากฝั่งเมียนมา ให้นำตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากทางการเมียนมา ว่าจะส่งตัวบุคคลตามหมายจับดังกล่าว เข้ามาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจค้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จะนำของกลาง มาแถลงต่อสื่อมวลชน ที่ ด่านศุลกากรสะพานสอง ชาย อ.แม่สาย จ.เชียงรายโดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. , รองเลขาธิการ ปปส. , แม่ทัพน้อย และ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่จะมาร่วมแถลงข่าว

ใส่ความเห็น